วิเคราะห์หุ้นและตลาดด้วย Dow Theory

ขอสัก Like นะครับ

ทฤษฎีดาว ( Dow Theory) โดยย่อ

Charles_Henry_Dow Imageทฤษฎีดาว (Dow Theory) ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย Charles Henry Dow ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 (คศ 1897) จากการสังเกตุการขื้นลงของกระแสน้ำ โดย ลักษณะของการขึ้น ลูกคลื่นที่พัดเข้าฝั่ง แต่ละลูก โดยคลื่นลูกหลังจะมีความสูงกว่าคลื่นลูกก่อน และ ลักษณะของการลง ลูกคลื่นที่พัดเข้าฝั่ง แต่ละลูก โดยคลื่นลูกหลังจะมีความสูงลดลง กว่าคลื่นลูกก่อน แสดงให้เห็นแนวโน้มของการขึ้นลง เหมือนราคาในตลาดหุ้น แม้เวลาจะผ่านมานานเป็น 100 ปี หลักการนี้ ( ทฤษฎีดาว (Dow Theory) )ก็ยังคงใช้ได้จริงจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ต่อมา Charles Henry Dow  ได้รับการขนานนามว่าเป็น บิดาแห่งการวิเคราะห์ทางเทคนิค

โดยหลักการของทฤษฎีดาว ถือว่าเป็นปรัชญาของตลาดหุ้น ไม่ได้เป็นแค่เพียงการวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ การเคลื่อนที่ของราคาหุ้น เท่านั้น

ทฤษฎีดาว (Dow Theory) กับ การวิเคราะห์ตลาดขาขึ้น Bull Markets

Stage 1 – Accumulation

ช่วงแรก – สะสมพลัง

เป็นช่วงที่ตลาดไม่แตกต่างจากตลาดขาลง นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองในแง่ลบ ไม่มีข่าวดี ทำให้ราคาหุ้นต่ำมากในช่วงนี้ นักลงทุนบางกลุ่มมองเป็นโอกาสในการเก็บสะสมหุ้น แล้วรอเวลาที่ราคาหุ้นจะสูงขี้น และช่วงนี้เองจึงเป็นเวลา ที่นักลงทุนอย่าง  วอเรน บัฟเฟท จะซื้อหุ้นเก็บสะสม หลังจากนั้นราคาหุ้นจะสูงขึ้น และปรับตัวลดลงจากแรงเทขาย แต่ถ้าต่อจากนั้น จุดต่ำสุดของการลง มีการปรับสูงขึ้นจากจุดต่ำสุดเดิม  แสดงให้เห็นว่า เริ่มมีนักลงทุนเข้ามาสะสมหุ้น ตลาดจะมีการแกว่งตัวน้อย หลังจากนั้นจึงเริ่มปรับตัวสูงขึ้น  และหากราคาเคลื่อนขึ้นเหนือจุดสูงสุดเดิม ก็จะเป็นการยืนยันถึง การเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้น (ถือเป็นช่วงเวลาที่่ดีที่สุดในการเก็บหุ้น )Dow Theory ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น Uptrend Comfirmed

Stage 2 – Big Move

ช่วงที่ 2 – การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
เป็นช่วงที่มีระยะเวลานานที่สุด และมีการปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุด  ระยะเวลานี้จะเป็นช่วงที่กิจการต่างๆเริ่มฟื้นตัว มูลค่าหลักทรัพย์จะเพิ่มขึ้น  รายได้ และกำไรเพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น  จึงถือได้ว่าเป็นช่วงที่สามารถทำกำไรได้ดีที่สุด เนื่องจากมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนตามแนวโน้มของตลาดมากขึ้น

Stage 3 – Excess

ช่วงที่ 3 – เกินมูลค่า
เป็นระยะที่มีการเก็งกำไรมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะตลาดเฟ้อ  ราคาที่ประเมิน สูงเกินไป  และความมั่นใจมีมากเกินปกติ

 

ทฤษฎีดาว (Dow Theory) กับ การวิเคราะห์ตลาดขาลง Bear Markets

Stage 1 – Distribution

คือช่วงแรกของขาลง  นักลงทุนที่ฉลาด ก็สามารถจะประเมินได้ว่า ภาวะตลาดในปัจจุบันไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็นก็เริ่มขายหุ้นออก ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมั่นใจที่จะซื้อหุ้นในราคาที่สูง จึงเป็นเรื่องยากที่จะประเมินได้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ขาลง ราคาหุ้นจะลดลง แต่จะมีแรงซื้อเข้ามาเพราะนักลงทุนส่วนหนึ่งยังเชื่อว่ายังเป็นขาขึ้น การกลับตัวขึ้นในช่วงขาลงนี้จะค่อนข้างรวดเร็วและรุนแรง การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนี้ เป็นการยืนยันว่าขาขึ้นของตลาดยังไปได้อีก หลังจากนั้น จุดสูงสุดใหม่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม และ ถ้าราคาทะลุผ่านจุดต่ำสุดเดิม จะเป็นการยืนยันถึงช่วงที่ 2 ของตลาดขาลงDow Theory ยืนยันแนวโน้มขาลง Downtrend Confirmed

Stage 2 – Big Move

ช่วงที่ 2 – การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคามากที่สุด  จึงเป็นช่วงที่มีแนวโน้มที่ชัดเจน กิจการต่างๆเริ่มถดถอย  รายได้และกำไรของกิจการลดลง หรืออาจถึงขาดทุน   เมื่อผลประกอบการไม่ดี จึงทำให้มีแรงเทขายหุ้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Stage 3 – Despair

ช่วงสุดท้าย – สิ้นหวัง
ความคาดหวังต่อกิจการ และตลาด มีมากเกินไป  นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มหมดหวัง  มูลค่าที่ประเมินไว้ต่ำกว่าราคาหุ้นณ เวลานี้  ช่วงนี้เองจะมีการขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนในตลาดต้องการถอนตัว  มีข่าวร้าย  มุมมองเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่มีใครต้องการซื้อหุ้น  ราคาหุ้นยังคงลดต่ำลงจนกระทั่งข่าวร้ายทั้งหมดได้ถูกซึมซับแล้ว  เมื่อราคาสะท้อนถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่ดีทั้งหมดแล้ว วงจรในการขึ้นของราคาหุ้นก็จะเริ่มต้นอีกครั้ง

เปิดบัญชีเล่นหุ้นexness

Investor Note