ออมเงินในหุ้นรวยได้จริงเหรอ ?

ขอสัก Like นะครับ

เรามามองย้อนกันไปในอดีตการออมเงินเป็นสิ่งที่พ่อแม่สอนเรามาว่า ถ้าเราไม่รู้จักออมเงินเราก็จะลำบาก ไม่เหลือใช้จ่ายในตอนเราไม่มีงานทำ หรือเราไม่สามารถทำงานได้ แต่ในยุคนี่้เป็นยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ บวกกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงเท่ากับหรือมากกว่าดอกเบี้ยที่เราจะได้รับจากธนาคาร นั่นก็เท่ากับว่าเงินที่เราฝากไว้กับธนาคารจะมีมูลค่าลดลงเลยๆไปในทุกๆวัน และทุกๆปี การออมในรูปแบบเงินฝากจึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันอีกต่อไป แล้วเราจะทำอย่างไรกับเงินที่เรามีอยู่อย่างจำกัดในยุคนี่ละ ????? ซื้อทองดี ที่ดิน คอนโด หรือประกันชีวิต….. เราลองมาดูว่าในอดีตสินทรัพย์ใดถ้าเราถือครองไว้แล้วมีมูลค่าเพิ่มขึ้นบาง

ผลตอบแทนในหุ้น ทองคำ เงินฝาก

การลงทุนในหุ้นจะให้ผลตอบแทนมากกว่าพันธบัตร เงินฝากและทองคำ แต่มีความผันผวนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 1997-2001 แต่ในการถือครองในระยะยาวแสดงให้เห็นผลตอบแทนที่ดีมาก ดังจึงเป็นที่มาของการมาชวนกันเริ่มออมเงินบางส่วนในหุ้น โด่ยการทยอยเก็บหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีปันผลทุกปีโดยเงินปันผลต้องชนะดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราเงินเฟ้อ  จากนั้นนำเงินปันผลที่ได้ลงทุนเพิ่มเข้าไปอีก ในทุกๆปี

ออมหุ้นผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร

สมมติว่าเงินที่เราลงทุนในหุ้น หรือออมเงินในหุ้น นั้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 10% ในระยะเวลา 50 ปี เราก็จะมีเงินออมในหุ้นโต เป็น 100 เท่า แต่ถ้าสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 15% เงินก็จะโตเป็น 1000 เท่า เลยที่เดียว เป็นหลักการของดอกเบี้ยทบต้น Compound Interest

ใช้หลักอะไรในการเลือกหุ้น

เราต้องยึดแนวทางในการลงทุนในหุ้นคุณค่า Value Investing

หลักการในการลงทุนในหุ้นคุณค่า Value Stock

  • ปัจจัยพื้นฐานดี มั่นคง มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาดี
  • จ่ายปันผลดี Dividend Yield สูง (จะดีถ้าได้ปันผลกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร)
  • สินค้าและบริการเป็นที่ต้องการและขายได้เรื่อยๆ
  • หุ้นราคาต่ำ P/E และ P/B ต่ำ

และจะให้ดีต้องเป็นหุ้นเติบโต Growth Stock

SET Growth Stock

Growth Stock Data  Ref: http://www.dekisugi.net/7thltg

ทั้งนี้เป็นหลักการคราวๆซึ่งนักลงทุนต้องไปศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม

แต่ถ้าเราไม่มีความรู้ ไม่มีเวลาศึกษา ไม่มีประสบการณ์ เงินทุนน้อย แต่อ่านบทความนี้แล้ว มีความน่าสนใจที่แบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนออมในหุ้นก็พอจะมีทางออกนะครับ เพราะเดียวนี้ มีบางโบรคเกอร์ เริ่มมีการเปิดโปรแกรมการออมเงินในหุ้น แล้วโดยที่ต้องเอาเงินมาออมในโครงการหุ้น ทุกเดือนๆละ 1 ครั้ง เริ่มต้นที่เดือนละ 1000 บาทและเลือกวันลงทุนที่จะทำการเข้าไปซื้อหุ้น ทุกวันที่ 5 หรือ 15 หรือ 25 ของเดือนนั้นๆ โดยทางบริษัท หลักทรัพย์ จะคัดกรองหุ้นคุณภาพมาให้เราเลือกลงทุน โดยที่เราเป็นเจ้าของหุ้นนั้นจริงๆ และสามารถที่จะรับเงินปันผลในหุ้นที่เราลงทุนอีกด้วยในแต่ละปีถ้ามี

บริษัท หลักทรัพย์ ที่มีโครงการออมหุ้น ณ ตอนนี้

  • CIMBS บล ซีไอเอ็มบี Easy wealth Builder >> https://itrade.cimbsecurities.co.th/pages/ewb.aspx  เงินลงทุนขั้นต่ำ 5,000บาทต่อเดือน
  • POEMS ชื่อโครงการ บัญชีออมหุ้น Share Builders Plan  เงินลงทุนขั้นต่ำ1,000บาทต่อเดือน http://www.poems.in.th/SBP/detail.html

เทคนิคในการออมเงินในหุ้น

ใช้หลักในการซื้อหุ้นแบบ Dollar-Cost Averaging : DCA ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนและช่วยสร้างพอร์ตการลงทุนที่มี ประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในแต่ละงวด โดยไม่ต้องคำนึงถึงภาวะตลาดและราคาหุ้นตอนเข้าซื้อ เพียงแต่คุณต้องมีวินัยในการลงทุน แนวทางนี้จะทำให้คุณซื้อหุ้นได้จำนวนมากขึ้นเมื่อราคาลดลง และซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลงเมื่อราคาสูงขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตลดลง

เพื่อให้เห็นภาพขอยกตัวอย่าง การลงทุนในหุ้น SCC ทุกวันที่ 5 โดยการใช้เงินออมเดือนละ 1,000 บาท ใช้เวลา 3 ปี  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ถึง 31 ธันวาคม 2552

ข้อมูลอ้างอิงจาก: https://itrade.cimbsecurities.co.th/pages/dcaproduct.aspx

ออมเงินในหุ้นโดยการซื้อเฉลี่ยต้นทุน

ต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตโดยการซื้อเฉลี่ยต้นทุน DCA

ผลการลงทุนที่ได้ตามตารางด้านล่าง


เงินลงทุน 36,000 บาท ลงทุนหุ้น SCC

ในช่วง 1 ม.ค. 50 – 31 ธ.ค. 52

ลงทุนครั้งเดียวที่
ราคาสูงสุด
ลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน ทุกวันที่ 5 ของเดือนๆละ
1,000 บาท

ลงทุนครั้งเดียวที่ ราคาต่ำสุด
  ต้นทุนต่อหุ้น 286 บาท 171 บาท 86 บาท
  กำไรต่อหุ้น*
(ใช้ราคาปิด ณ 30 ธ.ค. 52 อยู่ที่ 235 บาท)
-51 บาท   64 บาท 149 บาท
  กำไรรวม* -6,375 บาท 12,096 บาท 62,282 บาท

จะเห็นว่าถ้าเราลงทุนออมเงินในหุ้นโดยใช้วิธี Dollar-Cost Averaging ให้ผลตอบแทนที่ดีในการลงทุนระยะยาว และสามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดอีกด้วยเพียงแต่นักลงทุนต้องมีวินัยในการออม

เปิดบัญชีเล่นหุ้นexness

Investor Note