งบการเงิน

ขอสัก Like นะครับ

งบการเงิน (Financial Statement)

งบการเงิน เปรียบเหมือนสิ่งที่บ่งบอกคุณภาพของบริษัท นักเล่นหุ้นไม่ว่าจะเป็นแนววีไอ หรือ แนวเทคนิค ควรทำความเข้าใจก่อนเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทนั้นๆ

งบการเงินของบริษัท จะออกปีละ 4 ครั้ง คือ ไตรมาส 1,2,3 และงบปี รวม 4 ไตรมาส ไตรมาสที่ 1,2,3 จะออกภายใน 45 วันหลังจากหมดไตรมาส งบปี จะออกภายใน 60 หลังจากหมดปี

งบการเงิน คือ

รายงานที่แสดงสถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดของกิจการในแต่ละงวดบัญชี จะบ่งบอกถึงคุณภาพของกิจการ ความสามารถทางธุรกิจ ความแข็งแกร่งของบริษัท การบริหารจัดการของผู้บริหาร ข้อมูลงบการเงินของทุกบริษัทจดทะเบียนทุกแห่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ www.set.or.th

งบการเงิน

งบการเงินและรายงานของบริษัท ที่นักลงทุนจำเป็นต้องดู มีดังนี้

1. งบกำไรขาดทุน (Income Statement , Profit & Loss) ใช้ดูผลการดำเนินงาน แนวโน้มว่าบริษัทมีโอกาสทำผลกำไรต่อเนื่องได้หรือไม่

รายได้ =ต้นทุนค่าใช้จ่าย = กำไร (ขาดทุน)

2. งบดุล หรือ งบแสดงฐานะทางการเงิน (Balance Sheet) ใช้ดูฐานะของกิจการ

สินทรัพย์ =หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น

3. งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) .ใช้ดูกระแสเงินสดของกิจการ

แสดงการไหลเข้า ออกของเงินสด และใช้ดูว่าบริษัทนำเงินสดไปใช้จ่ายอะไรบ้าง

Cash Flow Statement

4. หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Note to Financial Statement) .ใช้ขยายความรายการต่างๆ ในงบทั้ง 3 คือ งบกำไรขาดทุน , งบดุล และงบกระแสเงินสด

*****  งบการเงินที่ดีจะต้องไม่ซับซ้อน เข้าใจยาก ถ้าเราไปเจอ งบการเงินที่เข้าใจยาก เหมือนกับจะปกปิดอะไรเอาไว้ แนะนำว่าอย่าเข้าไปลงทุน

งบการเงินทุกตัว จะแบ่งออกเป็น 2 งบ คือ งบการเงินเฉพาะกิจการหรืองบเดี่ยว (Company Only)  และงบการเงินรวม (Consolidated) คือ งบที่รวมงบการเงินของบริษัทลูกทั้งหมดเข้าด้วยกันกับงบการเงินของบริษัทแม่ เพื่อให้เห็นสถานะทางการเงินทั้งหมดของกิจการ ซึ่งนักลงทุนหุ้น ควรดูงบรวม เพราะหากเราจะซื้อหุ้นของบริษัทใด นั่นหมายถึง การที่เราเข้าไปซื้อทุกส่วนของกิจการ ไม่ว่าบริษัทนั้นจะมีบริษัทลูกมากมายขาดไหนก็ถือว่าเป็นสมบัติของผู้ถือหุ้น เช่นกัน

ประโยชน์ที่ได้จากการวิเคราะห์งบการเงิน

cash conversion cycle

นักเล่นหุ้นคาดหวังในการจะได้ผลตอบแทนจากบริษัทที่เราลงทุนโดยผลตอบแทนจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ เงินปันผล(Dividend) และ กำไรจากการขายหุ้น(Capital Gain) ถ้าวิเคราะห์แล้ว จะรู้ความสามารถในการดำเนินงาน การทำกำไรของบริษัท ยิ่งทำกำไรมากก็จะส่งผลให้มีกำไรสะสมมาก มูลค่าหุ้นทางบัญชีก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ราคาหุ้นสูงขึ้นตามไปด้วยในอนาคต และมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเงินปันผลในแต่ละปี
นักลงทุนจะได้ทราบว่าบริษัทมีปัญหาทางการเงินมากน้อยแค่ไหน มีหนี้ที่ต้องเป็นรับความเสี่ยงมากไหมที่เข้าไปถือหุ้น , ประสิทธิภาพในการบริหารงาน การบริหารหนี้ ว่า มีการชำระหนี้ได้ตามปกติหรือ ล่าช้า ลูกหนี้เป็นอย่างไร ,  การบริการสินค้าคงเหลือ ขายของได้ดีแค่ไหน สินค้าคงเหลือมีมากเกินไป หรือน้อยไป หรือไม่

ebook เทคนิคการวิเคราะห์งบการเงิน download

 

เปิดบัญชีเล่นหุ้นexness

Investor Note